The OnEveryMap Academy

คู่มือแพลตฟอร์ม

อัปเดตข้อมูลธุรกิจของคุณ

Estimated reading: 1 minute 14 views

วิธีอัปเดตข้อมูลธุรกิจของคุณใน OnEveryMap

การทำให้ข้อมูลธุรกิจของคุณถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะช่วยให้ลูกค้าค้นหาและติดต่อคุณได้ง่ายขึ้น
คู่มือนี้อธิบายวิธีการตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลธุรกิจของคุณโดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม OnEveryMap

ก่อนเริ่ม โปรดทราบว่า:
– การเปลี่ยนแปลงหรืออัปเดต หมวดหมู่หลัก (Primary) หรือหมวดหมู่รอง (Secondary) อาจทำให้ Google ขอให้คุณทำการยืนยันตัวตนของธุรกิจอีกครั้ง (Reverification)
– คำอธิบายธุรกิจ (Business Description) จำกัดจำนวนสูงสุด 750 ตัวอักษร

ขั้นตอนที่ 1 — เข้าสู่ระบบ OnEveryMap

  1. เปิดเบราว์เซอร์ของคุณ
  2. ไปที่ https://platform.oneverymap.com/
  3. ใส่อีเมลและรหัสผ่านเข้าสู่ระบบ
  4. คลิก Log In

ขั้นตอนที่ 2 — ไปที่ Location Hub

  1. ที่เมนูด้านซ้าย คลิก Location Hub
  1. คุณจะเห็นรายชื่อทุกโลเคชันที่คุณกำลังจัดการในบัญชีของคุณ

แต่ละโลเคชันจะแสดง:

  • ชื่อธุรกิจ
  • คะแนนความสมบูรณ์ของข้อมูล (Location completeness score)
  • สถานะการเชื่อมต่อ Listing
  • สถานะรีวิว

ขั้นตอนที่ 3 — เลือกโลเคชันที่คุณต้องการแก้ไข

  1. คลิกชื่อโลเคชันที่ต้องการอัปเดต
  2. หน้าข้อมูลโลเคชันจะแสดงขึ้น
  1. ตอนนี้คุณจะเห็นช่องข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้สำหรับโลเคชันนั้น

หมายเหตุ: การเปลี่ยนแปลงจะซิงก์อัตโนมัติโดยค่าเริ่มต้น

หน้าจอนี้จะแสดง:

  • สรุปข้อมูลแต่ละโลเคชัน
  • สถานะการเชื่อมต่อ Listing
  • ตัวชี้วัดรีวิว
  • การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ (Performance analytics)

ขั้นตอนที่ 4 — ตรวจสอบและอัปเดตรายละเอียดธุรกิจ

กรุณาตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้อย่างละเอียด และแก้ไขเมื่อจำเป็น

5.1 ชื่อธุรกิจ (Business Name)

  • ต้องใช้ชื่อตามธุรกิจจริงของคุณ
  • หลีกเลี่ยงการใส่สัญลักษณ์พิเศษหรืออีโมจิ

5.2 ที่อยู่ (Address)

  • ตรวจสอบเลขที่อาคาร ชื่อถนน เขต/อำเภอ จังหวัด และรหัสไปรษณีย์
  • ตรวจสอบตำแหน่งหมุดบน Google Maps ให้ตรงกับสถานที่จริง

ประโยชน์ของตำแหน่งที่ถูกต้อง:

  • ลูกค้าหาคุณเจอง่ายขึ้น
  • ช่วยให้ Google จัดอันดับได้แม่นยำ

5.3 เว็บไซต์ (Website)

  • ใส่ URL เว็บไซต์ของธุรกิจ (ถ้ามี)
  • ตรวจสอบการสะกดให้ถูกต้อง
  • ใช้ HTTPS หากเว็บไซต์รองรับ

5.4 หมายเลขโทรศัพท์ (Phone Number)

  • ใส่เบอร์โทรหลักที่ใช้สำหรับธุรกิจ
  • หลีกเลี่ยงการใช้เบอร์ส่วนตัว

5.5 หมวดหมู่หลัก (Primary Category)

ควรเลือกหมวดหมู่ที่ตรงกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

ตัวอย่าง:

  • สถาบันติวเตอร์ (Tutoring Center)
  • โรงเรียนสอนภาษา (Language School)
  • ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center)
  • บริการการให้การศึกษา (Education Service)

5.6 หมวดหมู่รอง (Secondary Categories) — ถ้ามี

– เพิ่มเฉพาะหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ
– หลีกเลี่ยงการใส่หลายหมวดหมู่เกินไป เพราะอาจทำให้ Google จัดอันดับไม่ชัดเจน

5.7 คำอธิบายธุรกิจ (Business Description)

สิ่งที่ควรใส่ในคำอธิบายธุรกิจของคุณ:

  • อธิบายธุรกิจของคุณทำอะไร
  • เน้นบริการหลัก
  • หลีกเลี่ยงราคา โปรโมชั่น และอีโมจิ

ตัวอย่าง:
“เรามีบริการสอนพิเศษ พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับเด็กอายุ 3 ถึง 14 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ และการสื่อสาร”

5.8 เวลาทำการ (Opening Hours)

  • ตรวจสอบให้ตรงกับเวลาทำการจริง
  • ใส่เวลาวันทำการตามปกติและวันหยุดตามความเหมาะสม

เวลาทำการพิเศษ (Special Opening Hours)

สำหรับวันหยุดหรือการปิดทำการชั่วคราว:

  • ใช้ “Special Hours”
  • ห้ามแก้ไขเวลาทำการปกติ

5.9 รูปภาพ (Photos)

อัปโหลดภาพที่แสดงตัวตนธุรกิจของคุณ เช่น:

  • โลโก้
  • รูปภายนอก
  • รูปภายใน/ห้องเรียน
  • พนักงาน/ทีมงาน (ตัวเลือกไม่บังคับ แต่แนะนำให้เพิ่ม)

ควรหลีกเลี่ยง:

  • ภาพเบลอ
  • แสงไม่ดี
  • ภาพที่เป็นส่วนตัวเกินไป

ขั้นตอนที่ 5 — ระยะเวลาในการซิงก์ข้อมูลไปยังโปรไฟล์

หลังจากบันทึก การอัปเดตจะซิงก์ไปยังไดเรกทอรีที่เชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ

ระยะเวลาซิงก์โดยประมาณ:

  • Google Business Profile: ภายในไม่กี่นาที (อาจใช้เวลาได้ถึง 24 ชั่วโมง)
  • Apple Maps: 48–72 ชั่วโมง
  • Directories อื่น ๆ: ขึ้นอยู่กับแต่ละแพลตฟอร์ม

คุณสามารถกลับมาดูภายหลังเพื่อยืนยันว่าการซิงก์เสร็จสมบูรณ์แล้ว

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

ข้อควรปฏิบัติเหตุผล
ตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอลดความสับสนของลูกค้า
ให้ข้อมูลถูกต้องเพิ่มการจัดอันดับและความน่าเชื่อถือ
ใช้รูปภาพคุณภาพสูงช่วยให้ลูกค้าประทับใจ
หลีกเลี่ยงหมวดหมู่เยอะเกินไปทำให้ Google ระบุธุรกิจได้แม่นยำ
เขียนคำอธิบายให้ชัดเจนช่วยให้ผู้ปกครอง/ลูกค้าเข้าใจบริการของคุณง่ายขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: การอัปเดตข้อมูลจะมีผลต่อการจัดอันดับ Google ไหม?
ตอบ: มีผล — การปรับข้อมูลสำคัญจะช่วยเพิ่มการมองเห็นและความน่าเชื่อถือ

ถาม: ต้องอัปเดตแต่ละแพลตฟอร์มเองไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็น — เมื่ออัปเดตใน OnEveryMap ระบบจะซิงก์ให้โดยอัตโนมัติ

ถาม: สามารถเพิ่มเวลาเฉพาะวันหยุดได้ไหม?
ตอบ: ได้ — ใช้ Special Hours แทนการแก้ไขเวลาในตารางปกติ

ถาม: ถ้ามีหลายสาขาต้องอัปเดตทีละสาขาไหม?
ตอบ: ใช่ — แต่ละสาขาต้องอัปเดตแยกกัน

การสนับสนุน

หากคุณต้องการความช่วยเหลือ ทีมสนับสนุนของเราพร้อมให้บริการ

อีเมล: [email protected]
เวลาทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ 9:00 น. – 18:00 น. (เวลาไทย)

CONTENTS